ดูดไขมัน ลดไขมันเฉพาะจุด ปรับสัดส่วนอย่างปลอดภัย

บทความนี้ผ่านการตรวจสอบทางการแพทย์โดย พญ. พิชญา เอื้อวงศ์ประยูร ว.38451

ดูดไขมัน ลดไขมันสะสมเฉพาะจุด

ดูดไขมัน เป็นหัตถการที่ช่วยลดไขมันสะสมเฉพาะจุดในบริเวณที่ลดยาก เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา เหนียง เอว หรือแผ่นหลังค่ะ เป้าหมายหลักไม่ใช่การลดน้ำหนักทั้งตัว แต่เป็นการช่วยปรับสัดส่วนให้ดูสมดุลขึ้นในบริเวณที่มีไขมันสะสมชัดเจน ก่อนตัดสินใจทำ หมอจะประเมินหลายอย่างร่วมกัน ทั้งตำแหน่งที่มีไขมัน ปริมาณไขมัน ความยืดหยุ่นของผิว น้ำหนักตัว สุขภาพโดยรวม และความคาดหวังของแต่ละคน เพื่อเลือกเทคนิคและวางแผนให้เหมาะกับร่างกายมากที่สุดค่ะ

สารบัญดูดไขมัน

ดูดไขมัน คืออะไร

ดูดไขมัน หรือ Liposuction คือการนำไขมันส่วนเกินออกจากบริเวณที่ต้องการปรับสัดส่วน โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือทางการแพทย์เข้าไปดูดไขมันออกจากชั้นใต้ผิวหนังผ่านจุดเปิดขนาดเล็ก หรือใช้เทคนิคอื่นร่วมตามความเหมาะสมของแต่ละเคส หลักสำคัญของการดูดไขมัน คือการลดไขมันเฉพาะจุด ไม่ใช่การทำให้น้ำหนักลดลงทั้งตัวค่ะ เหมาะกับคนที่มีไขมันสะสมบางบริเวณ แม้ควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายแล้วก็ยังลดยาก

 

ที่ 365mc Thailand มีเทคนิค LAMS ซึ่งเป็นเทคนิคดูดไขมันเฉพาะจุดที่ใช้ยาชาเฉพาะที่ในเคสที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม โดยยังต้องประเมินตำแหน่งไขมัน ปริมาณไขมัน และสุขภาพของแต่ละคนก่อนทำค่ะ

ดูดไขมัน ช่วยเรื่องอะไร

การดูดไขมันช่วยลดไขมันสะสมในบริเวณที่ต้องการปรับรูปร่าง ทำให้สัดส่วนโดยรวมดูชัดและสมดุลขึ้น เช่น เอวดูเว้าขึ้น หน้าท้องดูแบนลง ต้นแขนดูเล็กลง หรือกรอบหน้าดูชัดขึ้นในเคสที่มีไขมันใต้คาง สิ่งที่การดูดไขมันอาจช่วยได้ ได้แก่

  • ลดไขมันสะสมเฉพาะจุด
  • ช่วยปรับสัดส่วนให้ดูสมดุลขึ้น
  • ช่วยให้เสื้อผ้าเข้ารูปได้ง่ายขึ้นในบางเคส
  • ช่วยลดความนูนจากไขมันบางบริเวณ
  • ช่วยให้เส้นสัดส่วนของร่างกายดูชัดขึ้น

ดูดไขมัน ไม่ใช่การลดน้ำหนัก

หลายคนเข้าใจว่าดูดไขมันแล้วน้ำหนักจะลดลงมาก แต่จริง ๆ แล้วการดูดไขมันไม่ใช่วิธีรักษาโรคอ้วน และไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักหลักค่ะ การดูดไขมันเหมาะกับการลดไขมันเฉพาะจุดมากกว่า เช่น คนที่น้ำหนักค่อนข้างคงที่ แต่มีไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง แขน ขา หรือเหนียงที่ลดยาก ส่วนคนที่มีน้ำหนักเกินมาก หมออาจแนะนำให้ควบคุมน้ำหนักหรือดูแลสุขภาพโดยรวมก่อน เพื่อให้ทำหัตถการได้ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมขึ้น

 

สำหรับคนที่ยังไม่แน่ใจว่าน้ำหนักหรือค่า BMI ก่อนดูดไขมัน เหมาะกับการทำหรือไม่ แพทย์จะใช้ตัวเลขนี้ร่วมกับตำแหน่งไขมัน สุขภาพ และความคาดหวัง ไม่ได้ใช้ BMI อย่างเดียวในการตัดสินค่ะ

ตำแหน่งดูดไขมัน

ดูดไขมันทำบริเวณไหนได้บ้าง

การดูดไขมันสามารถทำได้หลายบริเวณ ขึ้นอยู่กับปัญหาไขมันสะสมและการประเมินของแพทย์ โดยแต่ละตำแหน่งมีความละเอียดและข้อควรระวังแตกต่างกันค่ะ

บริเวณที่ดูดไขมันเหมาะกับปัญหาแบบไหน
ดูดไขมันหน้าท้องไขมันสะสมหน้าท้องบน ท้องล่าง หรือพุงยื่นจากไขมันใต้ผิวหนัง
ดูดไขมันแขนต้นแขนใหญ่ ท้องแขนมีไขมัน แขนดูไม่กระชับ
ดูดไขมันขาต้นขาด้านใน ด้านนอก หรือไขมันสะสมที่ทำให้ขาดูใหญ่
ดูดไขมันเหนียงไขมันใต้คาง คางสองชั้น กรอบหน้าไม่ชัดจากไขมัน
ดูดไขมันหลังไขมันแผ่นหลัง ไขมันรอบสายบราหรือปีกหลัง
ดูดไขมันน่องน่องใหญ่จากไขมันสะสมบางส่วน
ดูดไขมันหัวหน่าวเนินหัวหน่าวนูนจากไขมันสะสม
ดูดไขมันทั้งตัวมีไขมันสะสมหลายตำแหน่ง และต้องวางแผนหลายจุดร่วมกัน

บางคนอาจมีปัญหาหลายส่วนร่วมกัน เช่น หน้าท้องกับเอว แขนกับหลัง หรือเหนียงกับกรอบหน้า หมอจึงต้องประเมินภาพรวมก่อนว่าแต่ละจุดควรทำมากน้อยแค่ไหน และควรทำพร้อมกันหรือแยกเป็นรอบ เพื่อให้เหมาะกับร่างกายและความปลอดภัยของแต่ละคนค่ะ

ใครเหมาะกับการดูดไขมัน

การดูดไขมันเหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุด และต้องการปรับสัดส่วนบริเวณนั้นให้ดูสมดุลขึ้น โดยควรมีสุขภาพโดยรวมเหมาะสมกับการทำหัตถการ โดยทั่วไป คนที่อาจเหมาะกับการดูดไขมัน ได้แก่

  • มีไขมันสะสมเฉพาะจุดที่ลดได้ยาก
  • น้ำหนักตัวค่อนข้างคงที่
  • ไม่ได้ต้องการลดน้ำหนักจำนวนมาก
  • ผิวบริเวณที่จะทำยังมีความยืดหยุ่นพอสมควร
  • เข้าใจว่าผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับร่างกายแต่ละคน
  • สามารถดูแลตัวเองหลังทำตามคำแนะนำของแพทย์ได้

ตัวอย่างเช่น คนที่น้ำหนักไม่ได้มาก แต่มีพุงล่างชัด มีต้นแขนใหญ่จากไขมัน หรือมีเหนียงจากไขมันใต้คาง อาจเป็นกลุ่มที่เข้ามาปรึกษาเพื่อประเมินการดูดไขมันเฉพาะจุดได้ค่ะ

ใครควรประเมินเพิ่มเติมก่อนดูดไขมัน

ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะกับการดูดไขมันค่ะ บางเคสหมออาจต้องประเมินละเอียดขึ้น หรืออาจแนะนำให้เลื่อนการทำออกไปก่อน หากมีปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง หรืออาจทำให้ผลลัพธ์ไม่ตรงกับที่คาดหวัง กลุ่มที่ควรประเมินเพิ่มเติม ได้แก่

  • น้ำหนักยังไม่นิ่ง หรือมีน้ำหนักเพิ่มลดมาก
  • มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ได้
  • มีปัญหาการแข็งตัวของเลือด หรือใช้ยาบางชนิด
  • มีผิวหย่อนมากกว่าปัญหาไขมัน
  • มีไขมันในช่องท้องมาก ซึ่งดูดไขมันออกไม่ได้
  • ต้องการลดน้ำหนักมากกว่าปรับสัดส่วน
  • ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • มีแผล ผื่น หรือการติดเชื้อบริเวณที่จะทำ

ถ้าปัญหาหลักเป็นผิวหนังส่วนเกิน กล้ามเนื้อหน้าท้องแยก หรือไขมันในช่องท้อง การดูดไขมันอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบค่ะ หมออาจแนะนำวิธีอื่น หรือวางแผนร่วมกับหัตถการอื่นตามความเหมาะสมของแต่ละคน

ดูดไขมันมีกี่เทคนิค

เทคนิคดูดไขมันมีหลายรูปแบบ แต่ละแบบมีหลักการ เครื่องมือ วิธีระงับความรู้สึก และข้อจำกัดแตกต่างกัน หมอจะเลือกตามตำแหน่งที่ทำ ปริมาณไขมัน คุณภาพผิว สุขภาพของผู้รับบริการ และเป้าหมายของการรักษาค่ะ ตัวอย่างเทคนิคที่พบได้บ่อย ได้แก่

เทคนิค หลักการทำงาน
Traditional Liposuction ใช้แคนนูล่าในการดูดไขมันออกจากบริเวณเป้าหมาย
Tumescent Liposuction ใช้สารละลายร่วมกับยาชา เพื่อช่วยลดการเสียเลือดและช่วยให้ดูดไขมันได้ง่ายขึ้น
VASER Liposuction ใช้พลังงานอัลตราซาวนด์ช่วยสลายไขมันก่อนดูดออก
Power-Assisted Liposuction ใช้แคนนูล่าที่มีการสั่น ช่วยให้ดูดไขมันได้สะดวกขึ้นในบางตำแหน่ง
LAMS เทคนิคดูดไขมันเฉพาะจุดของ 365mc ที่ใช้ยาชาเฉพาะที่ และออกแบบตามตำแหน่งไขมันของแต่ละคน

ไม่มีเทคนิคใดที่เหมาะกับทุกคนเสมอไปค่ะ จุดสำคัญคือการประเมินโดยแพทย์ วางแผนให้เหมาะกับโครงสร้างร่างกาย และอธิบายข้อดีข้อจำกัดให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ

LAMS ต่างจากการดูดไขมันทั่วไปอย่างไร

LAMS เป็นเทคนิคดูดไขมันเฉพาะจุดของ 365mc ที่ใช้ยาชาเฉพาะที่ในเคสที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม จุดสำคัญคือแพทย์ต้องประเมินก่อนว่าปัญหาเกิดจากไขมันใต้ผิวหนังจริงหรือไม่ และตำแหน่งนั้นเหมาะกับการทำ LAMS หรือควรใช้วิธีอื่นค่ะ

 

LAMS ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักทั้งตัว และไม่ได้เหมาะกับทุกเคส โดยเฉพาะผู้ที่มีไขมันในช่องท้องมาก ผิวหย่อนมาก น้ำหนักยังไม่นิ่ง หรือมีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ได้ หลังทำยังอาจมีอาการบวม ช้ำ ตึง หรือระบมได้ในช่วงแรก จึงควรดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์ค่ะ

 

โดยทั่วไป LAMS ของ 365mc ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดกระชับ แต่ยังควรดูแลจุดเปิดผิวหนัง หลีกเลี่ยงการกดหรือนวดแรงบริเวณที่ทำในช่วงแรก งดกิจกรรมหนักตามที่แพทย์แนะนำ และมาติดตามผลตามนัดค่ะ

ขั้นตอนการประเมินก่อนดูดไขมัน

ก่อนดูดไขมัน หมอจะประเมินหลายด้านเพื่อวางแผนให้เหมาะกับแต่ละคน ไม่ใช่ดูจากขนาดตัวหรือบริเวณที่อยากลดเพียงอย่างเดียวค่ะ ขั้นตอนการประเมินโดยทั่วไป ได้แก่

  1. ซักประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาที่ใช้ และประวัติหัตถการเดิม
  2. ประเมินตำแหน่งไขมันสะสมและลักษณะผิว
  3. แยกว่าปัญหาเกิดจากไขมันใต้ผิวหนัง ไขมันในช่องท้อง กล้ามเนื้อ หรือผิวหย่อน
  4. ประเมินความยืดหยุ่นของผิวและความสมดุลของสัดส่วน
  5. วางแผนตำแหน่งที่ควรทำและขอบเขตการดูดไขมัน
  6. อธิบายผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ ข้อจำกัด และการพักฟื้น

การประเมินก่อนทำจึงเป็นขั้นตอนสำคัญมากค่ะ เพราะช่วยให้รู้ว่าควรดูดไขมันจุดใด ปริมาณเท่าไร ควรทำพร้อมกันกี่บริเวณ และมีข้อควรระวังอะไรเป็นพิเศษ

เตรียมตัวก่อนดูดไขมัน

เตรียมตัวก่อนดูดไขมันอย่างไร

การเตรียมตัวก่อนดูดไขมันช่วยลดความเสี่ยงและทำให้การดูแลหลังทำเป็นไปได้ง่ายขึ้น โดยควรทำตามคำแนะนำของแพทย์หรือทีมดูแลอย่างเคร่งครัด แนวทางเตรียมตัวเบื้องต้น ได้แก่

  • แจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่ให้แพทย์ทราบ
  • แจ้งประวัติแพ้ยา แพ้อาหารเสริม หรือเคยมีภาวะแทรกซ้อนจากหัตถการ
  • งดยา วิตามิน หรืออาหารเสริมบางชนิดตามคำแนะนำของแพทย์
  • งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ตามช่วงเวลาที่แพทย์แนะนำ
  • พักผ่อนให้เพียงพอก่อนวันทำ
  • เตรียมเสื้อผ้าหลวม ๆ สำหรับใส่หลังทำ
  • วางแผนการเดินทางกลับและการพักผ่อนในช่วงแรก

ถ้ามีไข้ เป็นหวัด มีแผลอักเสบ หรือมีผื่นบริเวณที่จะทำ ควรแจ้งทีมแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อประเมินว่าควรเลื่อนการทำหรือไม่ค่ะ

ดูดไขมันพักฟื้นกี่วัน

ระยะพักฟื้นหลังดูดไขมันขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ปริมาณไขมัน เทคนิคที่ใช้ สุขภาพของแต่ละคน และการดูแลหลังทำค่ะ โดยทั่วไปช่วงแรกอาจมีบวม ช้ำ ตึง ระบม หรือเคลื่อนไหวไม่สะดวก สัดส่วนจะค่อย ๆ ชัดขึ้นเมื่ออาการบวมลดลง

 

ในช่วง 1–3 วันแรกควรพักผ่อน ดูแลแผลให้สะอาด และหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนัก ส่วนช่วง 1–3 เดือน ร่างกายจะค่อย ๆ ลดบวมและปรับตัวมากขึ้น ไทม์ไลน์ของ ดูดไขมันพักฟื้นกี่วัน จึงควรประเมินร่วมกับตำแหน่งที่ทำและคำแนะนำของแพทย์เป็นรายเคสค่ะ

หลังดูดไขมัน

หลังดูดไขมันต้องดูแลตัวเองอย่างไร

การดูแล หลังดูดไขมัน มีผลต่อการฟื้นตัวและความเรียบของผิวในระยะต่อมา โดยควรปฏิบัติตามคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์เป็นหลักค่ะ แนวทางดูแลตัวเองเบื้องต้น ได้แก่

  • ดูแลแผลให้สะอาดและแห้งตามคำแนะนำ
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักในช่วงแรก
  • เดินเบา ๆ เพื่อช่วยการไหลเวียนเลือดเมื่อแพทย์อนุญาต
  • ดื่มน้ำและรับประทานอาหารที่มีโปรตีนเพียงพอ
  • งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ในช่วงฟื้นตัว
  • มาตามนัดเพื่อติดตามอาการและประเมินผลลัพธ์

สำหรับการดูดไขมันทั่วไป แพทย์อาจแนะนำให้ใส่ชุดกระชับตามตำแหน่งและระยะเวลาที่เหมาะสม แต่ในกรณีของ LAMS ที่ 365mc โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องใส่ชุดกระชับค่ะ จึงควรยึดคำแนะนำหลังทำตามเทคนิคที่แพทย์ใช้ในแต่ละเคส หากมีอาการปวดมากผิดปกติ บวมแดงร้อน มีไข้ แผลมีหนอง หรืออาการผิดปกติอื่น ๆ ควรติดต่อสถานพยาบาลทันที ไม่ควรรอดูอาการเองค่ะ

ดูดไขมันอันตรายไหม

ดูดไขมันอันตรายไหม เป็นคำถามที่ควรถามก่อนทำทุกครั้งค่ะ เพราะการดูดไขมันเป็นหัตถการที่อาจมีอาการหลังทำได้ เช่น บวม ช้ำ ตึง ระบม ชา ผิวไม่เรียบ หรือคลำเจอก้อนไตในบางช่วงของการฟื้นตัว

 

ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งตำแหน่งที่ทำ ปริมาณไขมัน เทคนิคที่ใช้ สุขภาพเดิม โรคประจำตัว และการดูแลหลังทำ หมอจึงต้องประเมินก่อนว่าเคสไหนเหมาะกับการดูดไขมัน เคสไหนควรเลื่อน หรือเคสไหนควรใช้วิธีอื่นร่วมด้วยค่ะ

ดูดไขมันข้อเสีย มีอะไรบ้าง

ดูดไขมันข้อเสียมีอะไรบ้าง

ดูดไขมันข้อเสีย ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องเจอปัญหาหลังทำทั้งหมดค่ะ แต่เป็นข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ เช่น ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักทั้งตัว ต้องมีช่วงพักฟื้น ผลลัพธ์ไม่เห็นชัดเต็มที่ทันที และยังต้องดูแลน้ำหนักหลังทำ หากเดิมมีผิวหย่อนมาก ไขมันในช่องท้องเยอะ หรือคาดหวังว่าน้ำหนักจะลดลงหลายกิโลกรัม การดูดไขมันอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด หมอจึงต้องประเมินปัญหาจริงก่อนว่าเหมาะกับการดูดไขมันหรือควรใช้วิธีอื่นร่วมด้วยค่ะ

ดูดไขมัน ราคาเท่าไหร่

ราคาดูดไขมันขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ปริมาณไขมัน เทคนิคที่ใช้ และการประเมินของแพทย์ค่ะ ที่ 365MC โปรแกรมดูดไขมันเทคนิค LAMS มีราคาเริ่มต้นประมาณ 9,900 บาท/กระบอก/จุดประเมิน โดยราคาสุดท้ายจะแตกต่างกันตามตำแหน่งที่ทำและแผนการรักษาของแต่ละบุคคล

โปรแกรมดูดไขมัน ราคาโดยประมาณ
ดูดไขมันเทคนิค LAMS เริ่มต้นประมาณ 9,900 บาท/กระบอก/จุดประเมิน
ดูดไขมันจุดเล็ก เช่น เหนียง หนอกคอ นมน้อย หัวเข่า หรือน่อง เริ่มต้นประมาณ 19,800 บาท
ดูดไขมันเหนียง เริ่มต้นประมาณ 24,900 บาท
ดูดไขมันต้นแขน Size S/M เริ่มต้นประมาณ 45,000 บาท
ดูดไขมันหน้าท้อง Size S/M เริ่มต้นประมาณ 89,000 บาท

ราคาข้างต้นเป็นราคาเริ่มต้นและอาจเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชัน เงื่อนไขแพ็กเกจ ปริมาณไขมัน และการประเมินของแพทย์ค่ะ สำหรับผู้ที่กำลังหาข้อมูลว่า ดูดไขมันราคาเท่าไหร่ หมอแนะนำให้สอบถามรายละเอียดว่าราคารวมค่าใช้จ่ายใดบ้าง เช่น ค่ายาชา ค่ายา การดูแลหลังทำ และการติดตามผล เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบแต่ละโปรแกรมได้อย่างเหมาะสมค่ะ

ดูดไขมันอยู่ได้นานแค่ไหน

ผลลัพธ์หลังดูดไขมันสามารถคงอยู่ได้นาน หากควบคุมน้ำหนักและดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพราะไขมันบางส่วนในบริเวณที่ทำถูกนำออกไปแล้ว แต่เซลล์ไขมันที่เหลือยังสามารถขยายขนาดได้เมื่อมีน้ำหนักเพิ่ม คำถามว่า ดูดไขมันอยู่ได้กี่ปี จึงขึ้นอยู่กับการดูแลหลังทำร่วมด้วยค่ะ หากหลังทำยังดูแลอาหาร ออกกำลังกาย และรักษาน้ำหนักให้ค่อนข้างคงที่ สัดส่วนที่เปลี่ยนไปมักอยู่ได้นานกว่าเคสที่น้ำหนักขึ้นลงมาก

รีวิวดูดไขมัน ก่อน–หลังทำ

การดู รีวิวดูดไขมัน ช่วยให้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงของแต่ละตำแหน่งได้ดีขึ้น แต่ควรดูเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์นะคะ เพราะแต่ละคนมีโครงสร้างร่างกาย ปริมาณไขมัน คุณภาพผิว และการฟื้นตัวไม่เหมือนกัน ตัวอย่างรีวิวที่สามารถใช้ประกอบการประเมิน ได้แก่

ก่อนตัดสินใจ ควรดูทั้งภาพก่อน–หลัง ระยะเวลาหลังทำ ตำแหน่งที่ทำ และคำอธิบายจากแพทย์ เพื่อประเมินว่าปัญหาของเคสนั้นใกล้เคียงกับตนเองหรือไม่ค่ะ

ดูดไขมันที่ไหนดี ต้องเช็กอะไรบ้าง

การเลือก ดูดไขมันที่ไหนดี ควรพิจารณาจากมาตรฐานสถานพยาบาล แพทย์ผู้ประเมิน เทคนิคที่ใช้ ความชัดเจนของค่าใช้จ่าย และการดูแลหลังทำ ไม่ควรเลือกจากราคา โปรโมชั่น หรือรีวิวเพียงอย่างเดียวค่ะ สิ่งที่ควรเช็กก่อนตัดสินใจ ได้แก่

  • สถานพยาบาลได้รับอนุญาตถูกต้อง
  • มีแพทย์เป็นผู้ประเมินและวางแผน
  • อธิบายข้อจำกัดและความเสี่ยงชัดเจน
  • แจ้งค่าใช้จ่ายครบก่อนทำ
  • มีระบบติดตามผลหลังทำ
  • มีช่องทางติดต่อเมื่อมีอาการผิดปกติ

เพราะการดูดไขมันเป็นหัตถการทางการแพทย์ การประเมินก่อนทำจึงสำคัญมากค่ะ แพทย์ควรดูทั้งตำแหน่งไขมัน ปริมาณไขมัน คุณภาพผิว สุขภาพโดยรวม และความคาดหวังของแต่ละคนก่อนวางแผน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับดูดไขมัน

ดูดไขมันเจ็บไหม ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ ตำแหน่งที่ทำ ปริมาณไขมัน และความไวต่อความรู้สึกของแต่ละคนค่ะ ระหว่างทำจะมีการใช้ยาชาหรือวิธีควบคุมความรู้สึกตามการประเมินของแพทย์ หลังทำอาจมีอาการตึง ระบม หรือเจ็บได้ในช่วงแรก

บางคนเห็นว่าสัดส่วนเปลี่ยนตั้งแต่ช่วงแรก แต่ยังมีอาการบวมร่วมด้วย ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นเมื่ออาการบวมลดลง โดยมักต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนค่ะ

น้ำหนักอาจลดลงบ้างจากปริมาณไขมันที่นำออก แต่เป้าหมายหลักของการดูดไขมันคือการปรับสัดส่วนเฉพาะจุด ไม่ใช่การลดน้ำหนักจำนวนมากค่ะ

ถ้าน้ำหนักเพิ่มขึ้น เซลล์ไขมันที่เหลือยังสามารถขยายขนาดได้ จึงควรควบคุมน้ำหนักและดูแลพฤติกรรมหลังทำเพื่อช่วยคงผลลัพธ์ให้นานขึ้นค่ะ

จำนวนจุดที่ทำพร้อมกันขึ้นอยู่กับสุขภาพ ปริมาณไขมัน บริเวณที่ทำ เทคนิคที่ใช้ และความปลอดภัย หมอจะเป็นผู้ประเมินว่าเหมาะกับการทำกี่จุดในครั้งเดียวค่ะ

การดูดไขมันทั่วไปบางเทคนิค แพทย์อาจแนะนำให้ใส่ชุดกระชับตามตำแหน่งและระยะเวลาที่เหมาะสม แต่สำหรับ LAMS ที่ 365mc โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องใส่ชุดกระชับค่ะ ควรยึดคำแนะนำหลังทำตามเทคนิคและการประเมินของแพทย์เป็นรายเคส

ถ้าน้ำหนักเกินมากหรือมีโรคประจำตัว หมออาจแนะนำให้ควบคุมน้ำหนักหรือดูแลสุขภาพก่อน เพราะการดูดไขมันเหมาะกับการลดไขมันเฉพาะจุดมากกว่าการลดน้ำหนักทั้งตัวค่ะ

สรุป

ดูดไขมันเป็นวิธีลดไขมันเฉพาะจุดในบริเวณที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักทั้งตัวค่ะ ก่อนทำควรประเมินตำแหน่งไขมัน ปริมาณไขมัน คุณภาพผิว สุขภาพ เทคนิคที่ใช้ และความคาดหวังร่วมกัน ราคาดูดไขมันขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ปริมาณไขมัน และแผนรักษา โดยมีตั้งแต่ราคาเริ่มต้นต่อกระบอกในโปรแกรม LAMS ไปจนถึงหลักหมื่นตามแพ็กเกจแต่ละบริเวณ จึงไม่ควรตัดสินจากราคาเริ่มต้นเพียงอย่างเดียวค่ะ

 

หากสนใจดูดไขมัน ควรเริ่มจากการประเมินโดยแพทย์ เลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน เข้าใจข้อจำกัด และดูแลตัวเองหลังทำตามคำแนะนำ เพื่อให้ผลลัพธ์เหมาะกับร่างกายมากที่สุดค่ะ

ช่องทางการติดต่อ
บทความนี้ผ่านการตรวจสอบทางการแพทย์โดย
แพทย์ด้านการดูดไขมันและปรับสัดส่วนร่างกาย